คำแนะนำการส่งบทความ​

กระบวนการพิจารณากลั่นกรองบทความ

บทความที่จะได้รับการพิจารณาตีพิมพ์จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (Peer Review) ดังนี้

1.       ผู้เขียน ส่งบทความ พร้อมทั้งส่ง “แบบฟอร์มเสนอบทความเพื่อพิจารณาการตีพิมพ์” ทางออนไลน์ผ่าน Email: tpa.thailand @hotmail.com

2.       เมื่อกองบรรณาธิการบริหารได้รับบทความเรียบร้อยแล้ว กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบโดยทันที

3.       กองบรรณาธิการบริหารจะดำเนินการตรวจสอบบทความที่ได้รับว่าอยู่ในขอบเขตเนื้อหาวารสารหรือไม่ รวมถึงคุณภาพทางวิชาการและประโยชน์ ทั้งในเชิงทฤษฎีและ       

          ปฏิบัติในเบื้องต้น และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เขียนทราบภายใน 15 วัน

4.       กองบรรณาธิการจะดำเนินการส่งบทความเพื่อกลั่นกรอง โดยจะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 ท่าน ประเมินคุณภาพของบทความว่าอยู่ในเกณฑ์ที่
          เหมาะสมจะลงตีพิมพ์หรือไม่ ซึ่งกระบวนการกลั่นกรองนี้ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนจะไม่ทราบข้อมูลซึ่งกันและกัน (Double-blind peer review) โดยใช้เวลาพิจารณา
          ประมาณ 45 วัน

5.       เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความแล้ว กองบรรณาธิการบริหารจะตัดสินการพิจารณาโดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิว่าบทความนั้น ๆ ควรนำลงตีพิมพ์ หรือควร
          ส่งให้ผู้เขียนแก้ไขก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินอีกครั้ง หรือปฏิเสธการตีพิมพ์ และจะแจ้งผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้เขียนรับทราบ ภายในระยะเวลา 15 วัน 
          นับตั้งแต่ วันที่ได้รับผลการพิจารณา โดยผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด

 

คำแนะนำในการจัดทำต้นฉบับบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ใน วารสารจิตวิทยา

การจัดพิมพ์ต้นฉบับ

1.       บทความ รวมเอกสารอ้างอิงและอื่น ๆ ควรมีความยาวประมาณ 15-20 หน้ากระดาษ A4 พิมพ์ด้วย Font TH Sarabun PSK ขนาดตัวอักษร 16 Point จัดหน้ากระดาษแบบ
          กระจายแบบไทย

2.       ระยะห่างจากขอบกระดาษทั้งด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้ายและด้านขวา 1 นิ้ว

3.       หมายเลขหน้า ให้ใส่ไว้ตำแหน่งด้านบนมุมขวาของหน้ากระดาษ ตั้งแต่ต้นจนจบบทความ

4.       ชื่อเรื่องบทความ ระบุทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษร 18 Point (ตัวหนา) จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ โดยพิมพ์ชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยและตามด้วยชื่อเรื่อง
          ภาษาอังกฤษในบรรทัดต่อมา

5.       ชื่อผู้เขียน ระบุทุกคนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษร 16 Point พิมพ์ห่างจากชื่อบทความ 1 บรรทัด จัดชิดขวา สำหรับตำแหน่งงาน, หน่วยงานที่สังกัดหรือที่
          อยู่ที่ติดต่อได้ และอีเมลให้ระบุเป็นเชิงอรรถ

6.       ชื่อและหมายเลขกำกับตาราง ขนาดตัวอักษร 14 Point (ตัวหนา) ให้พิมพ์ไว้บนตารางจัดชิดซ้าย ใต้ตารางระบุแหล่งที่มาจัดชิดซ้าย (ถ้ามี)

7.        ชื่อภาพและหมายเลขกำกับภาพ ชื่อแผนภูมิและหมายเลขกำกับแผนภูมิ ขนาดตัวอักษร 14 Point (ตัวหนา) ให้พิมพ์ไว้ใต้ภาพ แผนภูมิ จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ ใต้ชื่อภาพ
           แผนภูมิระบุแหล่งที่มา จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ

 

ส่วนประกอบของบทความ

บทความวิชาการ

หัวข้อและเนื้อหาควรชี้ประเด็นที่ต้องการนำเสนอให้ชัดเจนและมีลำดับเนื้อหาที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ชัดเจน รวมถึงมีการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์และเสนอแนะประเด็นอย่างสมบูรณ์ โดยควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (สามารถกำหนดข้อหัวหรือองค์ประกอบที่แตกต่างได้ตามความเหมาะสมของบทความ)

1.       ชื่อเรื่อง (Title)

2.       บทคัดย่อ (Abstract) ควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเขียนเป็นภาษาไทยก่อน ความยาวไม่เกิน 300 – 350 คำ เป็นการสรุปเนื้อหาของบทความให้ได้ใจความ
          ชัดเจน

3.       คำสำคัญ (Keywords) ระบุคำเป็นคำสำคัญของเนื้อหา เหมาะสมสำหรับนำไปใช้เป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล ไม่เกิน 5 คำ ใต้บทคัดย่อ

4.       บทนำ (Introduction) เป็นส่วนแนะนำและปูพื้นเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านทราบข้อมูลเบื้องต้นของเนื้อหา รวมทั้งระบุถึงขอบเขตเนื้อหาของบทความ

5.       เนื้อหา (Body of Text) เป็นส่วนหลักของเนื้อหาบทความ มีการแบ่งประเด็นออกเป็นเรื่องย่อย ๆ และมีการจัดเรียงลำดับเป็นหัวข้อตามรายละเอียดของเนื้อหา

6.       สรุป (Conclusion) เป็นการสรุปเนื้อหาในบทความทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจน และกระชับโดยมีการสรุป ปิดท้ายเนื้อหาที่เราได้นำเสนอไปแล้วว่ามีผลดี หรือผลเสีย
          อย่างไร

7.       เอกสารอ้างอิง (References) เขียนในรูปแบบ APA 7th edition (American Psychological Association Citation Style)

 

บทความวิจัย

ควรมีการนำเสนอผลการวิจัยที่ได้รับอย่างเป็นระบบ โดยควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (สามารถมีหัวข้อหรือองค์ประกอบที่แตกต่างได้ตามความเหมาะสมของบทความ)

1.       ชื่อเรื่อง (Title)

2.       บทคัดย่อ (Abstract) ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเขียนเป็นภาษาไทยก่อน ความยาวไม่เกิน 300 – 350 คำ เป็นการสรุปสาระสำคัญของบทความ โดยเฉพาะ
          วัตถุประสงค์ วิธีการสารและผลการวิจัย)

3.       คำสำคัญ (Keywords) ระบุคำเป็นคำสำคัญของเนื้อหา เหมาะสมสำหรับนำไปใช้เป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล ไม่เกิน 5 คำ ใต้บทคัดย่อ

4.       บทนำ (Introduction) เป็นการอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของปัญหา และเหตุผลที่นำไปสู่การวิจัย มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนหรือโต้แย้ง รวมถึงแนวคิดและทฤษฎี
          ที่เกี่ยวข้อง

5.       วัตถุประสงค์ (Research Objectives) ระบุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย

6.       วิธีการวิจัย (Research Methodology) อธิบายถึงกระบวนการดำเนินการวิจัยอย่างละเอียดและชัดเจน

7.       ผลการวิจัย (Results) เสนอผลการวิจัยที่ตรงประเด็นตามลำดับขั้นของการวิจัย การใช้ตารางหรือแผนภูมิ ไม่ควรเกิน 5 ตารางหรือแผนภูมิ โดยมีการแปลความหมายและ
          วิเคราะห์ผลที่ค้นพบอย่างชัดเจน

8.       อภิปรายผลการวิจัย (Discussion) ผสมผสานเปรียบเทียบและตีความผลการวิจัยให้เข้ากับหลักทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชื่อมโยงผลการวิจัยให้
          สอดคล้องกับประเด็นปัญหาการวิจัย

9.       สรุป (Conclusion) สรุปสาระสำคัญของผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะที่จะนำผลการวิจัยนั้นไปใช้ประโยชน์

10.   เอกสารอ้างอิง (References) เขียนในรูปแบบ APA 7th edition (American Psychological Association Citation Style)

 

ตัวอย่างการเขียนอ้างอิง

1.       การอ้างอิงในเนื้อหา

วารสารจิตวิทยา ใช้รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหาด้วยระบบนาม-ปีของ APA (American Psychological Association Citation Style) ให้ระบุนามสกุลผู้แต่ง (ทั้งผู้แต่งชาวไทยและต่างชาติ) ปีที่พิมพ์ และเลขหน้าของเอกสารอ้างอิง เช่น

–          กรณีอ้างหน้าข้อความ เช่น Khetcharoen (2001, p. 88); Reynolds (1999, p. 89); Mush (2000, pp. 1-4)

–          กรณีอ้างหลังข้อความ เช่น (Khetcharoen, 2001, p. 88); (Reynolds, 1999, p. 89); (Mush, 2000, pp. 1-4)

 

2.       การอ้างอิงท้ายบทความ(เอกสารอ้างอิง)

วารสารจิตวิทยา ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามระบบ APA 7th edition (American Psychological Association) โดยจัดรายการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยรายการอ้างอิงที่เป็นภาษาไทยจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทุกรายการ โดยจัดเรียงคู่กันคือ เรียงบรรณานุกรมภาษาอังกฤษที่แปลขึ้นก่อน และตามด้วยบรรณานุกรมภาษาไทย และให้เรียงลำดับโดยยึดอักษรภาษาอังกฤษในการเรียง และกำหนดรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมรายการที่อ้างอิงเป็นของคนไทยดังนี้

1)      ใช้รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมเป็นแบบ APA (American Psychological Association)

2)      รายการอ้างอิงเป็นของคนไทยในบรรณานุกรมจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทุกรายการ โดยจัดเรียงคู่ กัน คือ เรียงบรรณานุกรมภาษาอังกฤษที่แปลขึ้นก่อน และตามด้วย
         บรรณานุกรมภาษาไทย และให้เรียงลำดับโดยยึดตัวอักษรภาษาอังกฤษในการเรียง

3)      ชื่อเรื่อง (Title) จะต้องทำให้เป็น Thai Romanization (การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน) และต้องเป็นภาษาอังกฤษในวงเล็บเหลี่ยม […]

4)      การทำการ Romanization นั้นจะยึดตามหลักสากลโดยใช้เกณฑ์ของ Library of congress สามารถ ศึกษารายละเอียดได้ที่ website :
         https://www.loc.gov/catdir/cpso/roman.html

5)      สำหรับการเขียน Thai Romanization แนะนำให้ใช้โปรแกรมแปลงสาส์น ที่พัฒนาโดย NECTEC http://164.115.23.167/plangsarn/index.php

6)      โปรดดูตัวอย่างรูปแบบการเขียนแสดงตัวอย่างดังต่อไปนี้

 

หมายเหตุ:  การให้ผู้เขียนจัดเรียงลักษณะนี้เพื่อให้กองบรรณาธิการใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิง

 

ตัวอย่างการอ้างอิงเอกสาร (Reference) แบบ APA 7th edition

1.       การอ้างอิงหนังสือ

          รูปแบบ

Author. (year). Romanized Title [Translated Title]. Place: Publisher.

ตัวอย่างการอ้างอิงหนังสือ

ต้นฉบับภาษาไทย

อรัญญา ตุ้ยคำภีร์. (2560). ภาวะวิกฤตทางอารมณ์และพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในนิสิตนักศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

แปลเป็นภาษาอังกฤษ

Tuicomepee, A. (2017). Emotional crisis and suicidal behaviors in undergraduate students. (Second edition). Chulalongkorn University Printing House.

 

2.       การอ้างอิงจากบทในหนังสือ (Book Chapters)

          รูปแบบ

Author. (Year). Romanized Title of chapter [Translated Title of chapter]. In Editor (Ed.),

Romanized Title of book [Translated Title of book] (Page). Place: Publisher.

ตัวอย่างการอ้างอิงจากบทในหนังสือ

ตัวอย่างต้นฉบับภาษาไทย

นันทวัฒน์ ฉัตรอุทัย. (2549). อดอร์โนกับอุตสาหกรรมวัฒนธรรม: กรณีศึกษาเพลงสมัยนิยม.  ใน ฐิ

วุฒิ เสนาคำ(บก.), เหลียวหน้าแลหลังวัฒนธรรมป๊อป (น. 81-126). โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮ้าส์.

ตัวอย่างแปลอ้างอิง

Chatuthai, N. (2006). ʻOdō̜nō kap ʻutsāhakam watthanatham: Kō̜ranī sưksā phlēng

samainiyom [Adorno and cultural industry: The case study of popular music]. In T.

Senakham (Ed.), Līeo nā lǣ lang watthanatham pō̜p [The review of popular music]

(pp. 81-126). Bangkok: OS Printing House.

 

3.     การอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์ (Thesis/Dissertation)

        รูปแบบ

Author. (Year). Romanized Title of dissertation [Translated Title of dissertation] (Doctoral thesis or master’s thesis, University).

ตัวอย่างการอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์

ตัวอย่างต้นฉบับภาษาไทย

จุฬาลักษณ์ วงศ์อ่อน. (2561). การพัฒนารูปแบบการนำตนเองด้วยการเรียนรู้จากการปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการบริหารจัดการความเสี่ยงในการหกล้มของผู้สูงอายุที่มีการรู้คิดบกพร่องระดับเล็กน้อย (ดุษฎีนิพนธ์, สาขาจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์และองค์การ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต).

ตัวอย่างแปลอ้างอิง

Wongon, C. (2018). Khanpathana rubbab khan namton-eng doi khan reanru chak khan patibat pua searmsang samatthana khan borihanchatkhan kaomseang naikhan hokloam khong phu sung-ayu thi mi khan rukit bokphong nai radab leknoi. [The Development of Self-Direction through Action  Learning  Model  for Enhancing  Fall  Risk  Management  Competencies  of  Older  Adults with  Mild Cognitive Impairment] (Doctor’s thesis, Ph.D. Program in Psychology, Kasem Bundit University).

 

4.       การอ้างอิงจากเว็บไซต์ (Websites)

          รูปแบบ

Romanized Author Author’s in original language. (Year, Month date). Romanized Title

[Translated Title]. Retrieved from URL

ตัวอย่าง การอ้างอิงจากเว็บไซต์ (Websites)

ตัวอย่างต้นฉบับภาษาไทย

บลูมูน. (2553, 7 ตุลาคม). Group แบบใหม่ คุยกับกลุ่มเพื่อนได้ง่ายกว่าเดิม. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2559,จาก http://faceblog.in.th/2010/10/facebook-group-people/


ตัวอย่างแปลอ้างอิง

Bluemoon. (2010, October 7). Group bǣp mai khui kap klum phư̄an daingā yok wā doēm [Newgroup chat with new friends more easily than ever]. Retrieved April 26, 2016, fromhttp://faceblog.in.th/2010/10/facebook-group-people/

 

5.       การอ้างอิงจากการนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ (Conference papers/proceedings)

          รูปแบบ

Author. (Year). Romanized Title of paper [Translated Title of paper]. In Editor (Ed.),

Romanized Title of conference [Translated Title of conference] (Pages). Place:

publisher.

ตัวอย่างการอ้างอิงจากการนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ

ตัวอย่างต้นฉบับภาษาไทย

สรชัย จำเนียรดำรงการ, และ คณิตสรณ์ สัมฤทธิ์เดชขจร (บก). (2558). สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ: ขา (ไม่) เคลื่อนสำคัญกว่าขาขึ้น. ใน งานประชุมวิชาการ เรื่อง ปฎิรูประบบสุขภาพและชีวิต ปฎิรูป จิตสำนึกประชาธิปไตย ในโอกาส 9 ปี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (น. 245-313). นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ.

ตัวอย่างแปลอ้างอิง

Chamniandamrongkarn, S., & Sumritdejkhajon, K. (Ed.). (2015). Samatchā sukkhaphāp hǣng chāt : khā ( mai ) khlư̄an samkhan kwā khā khưn [National health assembly: One (not) important than moving up]. In Ngān prachum wichākān rư̄ang padirūp rabop sukkhaphāp læ chīwit padirūp čhitsamnưk prachāthipatai nai ʻōkāt kao pī samnakngān Khana Kammakān sukkhaphāp hǣng chāt [A meeting of the enlightenment and health system reforms in a nine-year of The National Health Commission office] (pp. 245-313). Nonthaburi: The National Health Commission Office.

 

6.       การอ้างอิงวารสาร (Journal)

          รูปแบบ

Author. (Year). Romanized Title of article [Translated Title of article]. Title of Journal,

volume(issue), page-numbers.

ตัวอย่าง การอ้างอิงวารสาร

ตัวอย่างต้นฉบับภาษาไทย

พราว อรุณรังสีเวช. (2560). สาเหตุและกลยุทธ์การแก้ปัญหาความรู้สึกไม่แน่นอนจากการสิ้นยุคของโปรแกรมแฟลซ. วารสารนักบริหาร, 37(1), 3-13.

ตัวอย่างแปลอ้างอิง

Arunrangsiwed, P. (2017). Sāhēt læ konlayut kān kǣ panhā khwāmrū sưk mai nǣnō̜n

čhāk kān sin yuk khō̜ng prōkrǣm fǣnsa [Solution when parting with my dear

flash: Identifying causesand uncertainty reduction strategies], Executive Journal, 37 (1), 313.

 

การส่งต้นฉบับ

1.       ผู้เขียน ส่งบทความ พร้อมทั้งส่ง “แบบฟอร์มเสนอบทความเพื่อพิจารณาการตีพิมพ์” ทางออนไลน์ผ่าน Email: tpa.thailand @hotmail.com

2.       เมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความเรียบร้อยแล้ว กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบโดยทันที

3.       กองบรรณาธิการจะดำเนินการตรวจสอบบทความที่ได้รับว่าอยู่ในขอบเขตเนื้อหาวารสารหรือไม่ รวมถึงคุณภาพทางวิชาการและประโยชน์ ทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติใน 
          เบื้องต้น และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เขียนทราบภายใน 15 วัน

4.       กองบรรณาธิการจะดำเนินการส่งบทความเพื่อกลั่นกรอง โดยจะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 ท่าน ประเมินคุณภาพของบทความว่าอยู่ในเกณฑ์ที่
          เหมาะสมจะลงตีพิมพ์หรือไม่ ซึ่งกระบวนการกลั่นกรองนี้ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนจะไม่ทราบข้อมูลซึ่งกันและกัน (Double-blind peer review) โดยใช้เวลาพิจารณา   
          ประมาณ 45 วัน

5.       เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความแล้ว กองบรรณาธิการบริหารจะตัดสินการพิจารณาโดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิว่าบทความนั้น ๆ ควรนำลงตีพิมพ์ หรือควร
          ส่งให้ผู้เขียนแก้ไขก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินอีกครั้ง หรือปฏิเสธการตีพิมพ์ และจะแจ้งผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้เขียนรับทราบ ภายในระยะเวลา 15 วัน
          นับตั้งแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา โดยผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด